เทคโนโลยีกับเรียนรู้ตลอดชีวิตของครู

เทคโนโลยีเป็นสื่อกลางที่ช่วยให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้รวดเร็ว
และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นเทคโนโลยียังเป็นสื่อที่ช่วยการเรียนการสอน
การค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ
ทุกคนสามารถศึกษาหาความรู้ได้ตลอดเวลาโดยไม่จำกัดอายุคนใช้งานสามารถเข้าถึงกับบุคคลทั่วไปรวมถึงการส่งงานและการสั่งงานก็ยังนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์
โดยการสั่งงานผ่าน e-mail แต่คนรุ่นเก่าก็ยังต้องปรับตัวเพื่อให้เข้าทันต่อยุคดิจิทัล
ในหลายๆประเทศก็ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้รวมถึงประเทศไทยเช่นเดียวกับประเทศไทยยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับยุคดิจิทัลโดยกระตุ้นการพัฒนาประเทศไทยให้เข้าสู่ยุคThailand 4.0 จากเดิมมีการศึกษาหาความรู้แต่เพียงในตำรา
หนังสือ เอกสาร
ครูยุคเก่าจึงต้องมีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสังคมยุคดิจิทัลในปัจจุบันเป็นอย่างมาก
เนื่องจากการจัดการเรียนการสอนในยุคปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ครูยุคเก่าจึงต้องจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และสอดคล้องกับนโยบายการพันาชาติThailand4.0
การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นการเรียนรู้ที่บุคคลสามารถค้าหาความรู้ได้ตามความต้องการเพื่อให้มีความรู้และทักษะในการใช้ชีวิตมากในสังคใที่กำลังพัฒนายิ่งขึ้น
โดยนำเทคโนโลยีในการค้นหาความรู้ ค้นหาคำตอบที่ต้องการที่บุคคลต้องการหาความรู้
ตั้งแต่เกิดจนถึงเสียชีวิต
เพราะประสบการณ์และความรู้จะทำให้บุคคลสามารถปรับตัวเข้ากับยุคสังคมเทคโนโลยี
จากบทความผมมีความคิดเห็นเช่นเดียวกันว่า
ครูควรที่จะแสวงหาความรู้ใหม่ๆ เพราะความเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบันทำให้การเรียนการสอนแบบเดิมล้าสมัย
ครูจึงต้องอัพเดทความรู้ของตัวเองให้เท่าทันสังคมยุคดิจิทัล
โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเรียนรู้
และจัดการเรียนการสอนให้ทันสมัยเท่าทันโลกยุคปัจจุบัน
การเรียนการสอนในอดีตคงเอามาใช้ในการสอนคนยุคใหม่ไม่ได้เพราะอนาคนมีอาชีพใหม่ๆที่เกิดขึ้นมากมายอย่างที่ในบทความได้กล่าวไว้
ผมขอยกตัวอย่าง เช่น การขายของผ่านสื่อออนไลน์ หรือที่เราเรียกว่าแม่ค้าออนไลน์
การพัฒนาครูให้เท่าทันกับสื่อสารสนเทศเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพราะครูยุคเก่าๆ ที่ยังไม่ทันหรือไม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับสังคมยุคดิจิทัล
ยิ่งต้องแร่งพัฒนาให้ครูยุคเก่าได้เรียนรู้เพื่อที่จะเท่าทันสังคมยุคปัจจุบัน
และพัฒนานำไปสู่แหล่งเรียนรู้ใหม่ๆ
มีการเผยแพร่แหล่งเรียนรู้ผ่านระบบสารสนเทศหรือระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนที่เท่ากันและทั่วถึงผ่านอินเตอร์เน็ต
และยังสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา ในอนาคตอาจจะเป็นสื่อออนไลน์ขนาดใหญ่ที่ทุกคน
ทุกเพศ ทุกวัยสามารถเข้าถึงและเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองตลอดเวลา
มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์
เช่น Facebook
line การแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีนี้เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ง่ายที่สุดในยุคดิจิทัล
ปัจจุบันทุคนล้วนมีสังคมที่เรียกว่าสังคมออนไลน์เป็นของตัวเองอยู่แล้ว
เป็นสื่อที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย
เล่นได้ทุกเมื่อตามความต้องการและความประสงค์ของตัวเอง
การพัฒนาให้มีการเรียนรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์นับเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการเรียนรู้ของผู้เรียน
นอกจากการเรียนการสอนเพียงในห้องเรียนเพรยงอย่างเดียว
การจัดการสื่อการเรียนการสอนก็ต้องจัดให้มีความเหมาะสม ของผู้ศึกษาหาความรู้
อาจจะดูตามความเหมาะสมของช่วงวัย นอกจากนี้ ครูก็ยังต้องศึกษาหาความรู้เพื่อที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน
ให้เหมาะสมตามช่วงวัย รวมถึงการสั่งงานและการส่งงานของผู้เรียนด้วย
ครูจะต้องตระหนักรู้ภายในตนเองอยู่ตลอดเวลา
เพื่อให้เท่าทันยุคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
จำเป็นที่จะต้องเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลารวมถึงการติดตาม
ข่าวสาร ค้นหาความรู้ด้วยตนเอง และก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคดิจิทัล
ครูยุคเก่าจะต้องเปิดใจยอมรับต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมในปัจจุบัน
เรียนรู้การจัดกิจกรรมผ่านสื่อเทคโนโลยี
และครูยังต้องศึกษาค้นหาความรู้ได้ด้วยตนเองอยู่ตลอดเวลา และส่งต่อทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับผู้เรียน
เราจะต้องปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ตระถึงการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง
เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งด้านพฤติกรรม และปลูกฝังให้เกิดความรับผิดชอบ
รู้จักการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อที่จะฝึกฝนใหเยาวชนได้ศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา
ตระหนักรู้ได้ด้วยตัวเอง
จากที่กล่าวมาสิ่งที่หน้าเป็นห่วงต่อการใช่เทคโนโลยีมากที่สุดคือ
ครูที่อายุมาก อาจจะยังไม่เท่าทันต่อการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ จึงควรที่จะเร่งพัฒนาให้ครูยุดเก่ามีความรู้เท่าทันต่อครูในยุคสังคมปัจจุบัน
เพื่อพัฒนาต่อการศึกษาให้ตรงตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ต่อแผนพัฒนาชาติ
และให้สอดคล้องกับยุคThailand4.0
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น